Reconix LogoReconix
ประกาศ ธปท. ที่ 4/2568

ประกาศ 4/2568 บังคับใช้แล้ว แอป Mobile Banking ของคุณพร้อมหรือยัง?

ประกาศ ธปท. ที่ 4/2568 กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความมั่นคงปลอดภัยของบริการ Mobile Banking สำหรับสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง ทั้งการจำกัด 1 บัญชีผู้ใช้งานบน 1 อุปกรณ์ การยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบใบหน้าเมื่อโอนเงินมูลค่าสูง การงดแนบลิงก์ใน SMS และอีเมล ตลอดจนมาตรการด้านแอปพลิเคชัน อุปกรณ์ และข้อมูล เราแจกแจงทุกมาตรการ พร้อมวิธีพิสูจน์ว่ามาตรการทำงานได้จริงก่อนรอบตรวจของ ธปท. ครั้งถัดไป

4/2568
ประกาศที่
1:1
บัญชีต่ออุปกรณ์
฿50K
เปรียบเทียบใบหน้าเมื่อโอนตั้งแต่
฿5K
เพดานโอนต่อวัน (OS เสี่ยง)
ขอรับการประเมิน Mobile Banking
ทำความเข้าใจเกณฑ์

ประกาศ ธปท. ที่ 4/2568 คืออะไร?

ธปท. ออกประกาศฉบับนี้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 และมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 เพื่อรับมือการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการ (Unauthorized Payment Fraud) เช่น กรณีมิจฉาชีพติดตั้ง malware เพื่อควบคุมอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันแล้วโอนเงินโดยผู้ใช้บริการไม่ได้ยินยอม และยกเลิกแนวนโยบายเดิมตามหนังสือเวียน ว. 1922/2562

จำกัดผู้ใช้บริการไว้ 1 บัญชีผู้ใช้งานต่อ 1 บริการ Mobile Banking ของแต่ละสถาบันการเงิน และใช้งานได้บน 1 อุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น (ข้อ 5.3.1 (3))
ยืนยันตัวตนเพิ่มเติมด้วยการเปรียบเทียบใบหน้า (face comparison) ร่วมกับการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ เมื่อโอนเงินครั้งละตั้งแต่ ฿50,000 เมื่อยอดโอนรวมครบทุก ฿200,000 ใน 1 วัน และเมื่อปรับเพิ่มวงเงินโอนต่อวันเป็นตั้งแต่ ฿50,000 (ข้อ 5.3.1 (4))
งดแนบลิงก์ทุกรูปแบบใน SMS และอีเมล เว้นแต่ผู้ใช้บริการร้องขอเองเป็นรายครั้ง (ข้อ 5.3.1 (1) และคำถาม-คำตอบข้อ 2)
ไม่ให้แอปพลิเคชันทำงานบนอุปกรณ์ที่ถูก root หรือ jailbreak บนแอปพลิเคชันที่ถูกดัดแปลง หรือขณะที่มีแอปพลิเคชันเสี่ยงทำงานอยู่ เช่น แอปที่ขอสิทธิช่วยเหลือคนพิการ (accessibility services) โดยไม่จำเป็น แอปควบคุมเครื่องจากระยะไกล หรือแอปที่ซ้อนทับหน้าจอ (ข้อ 5.3.2 (2.3) (3.1) (3.2))

อ้างอิง: ประกาศ ธปท. ที่ 4/2568 ข้อ 5.3

ประกาศ 4/2568 บังคับใครบ้าง?

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง (ข้อ 4) ที่ให้บริการ Mobile Banking แก่ผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดา ส่วนสถาบันการเงินเฉพาะกิจและผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใต้เกณฑ์อื่นของ ธปท.

สถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ ที่ให้บริการถอนเงิน โอนเงิน หรือชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอป Mobile Banking แก่บุคคลธรรมดา
สถาบันการเงินที่ให้บริการ Mobile Banking ผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการอื่น (app-in-app) ยังต้องปฏิบัติตามประกาศ (คำถาม-คำตอบข้อ 1)
สถาบันการเงินที่มีแอป Mobile Banking มากกว่า 1 แอป ต้องจำกัด 1 บัญชีผู้ใช้งานบน 1 อุปกรณ์เป็นรายแอปพลิเคชัน (คำถาม-คำตอบข้อ 6)
ไม่อยู่ในขอบเขต 4/2568: สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งปฏิบัติตามประกาศ สกช. 5/2566 เรื่องความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการทดสอบเจาะระบบประจำปี
ไม่อยู่ในขอบเขต 4/2568: ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแอปพลิเคชันอยู่ภายใต้ประกาศ ธปท. ที่ 18/2568
มาตรการหลัก 6 ด้าน

มาตรการตามประกาศ 4/2568 จัดเป็น 6 กลุ่ม

ประกาศแบ่งมาตรการเป็น 2 ส่วน คือ การป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการ (ข้อ 5.3.1) และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริการ Mobile Banking (ข้อ 5.3.2) เราจัดกลุ่มมาตรการเหล่านี้เป็น 6 ด้าน ดังนี้

1 บัญชี 1 อุปกรณ์ และอุปกรณ์ที่ปลอดภัย

ผู้ใช้บริการมีได้ 1 บัญชีผู้ใช้งานต่อ 1 แอป Mobile Banking ของแต่ละสถาบัน และใช้งานบน 1 อุปกรณ์เท่านั้น (5.3.1 (3)) แอปต้องไม่ทำงานบนอุปกรณ์ที่ถูก root หรือ jailbreak (5.3.2 (3.1)) และต้องหลีกเลี่ยงการให้บริการบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับ เช่น TB-CERT กำหนดว่ามีความเสี่ยง หากยังให้บริการต้องแจ้งเตือนผู้ใช้บริการและจำกัดยอดโอนไม่เกินวันละ ฿5,000 (5.3.2 (3.3))

การเปรียบเทียบใบหน้าและวงเงินธุรกรรม

ต้องยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบใบหน้าร่วมกับการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ เช่น liveness detection เมื่อโอนเงินครั้งละตั้งแต่ ฿50,000 เมื่อยอดโอนรวมครบทุก ฿200,000 ใน 1 วัน และเมื่อปรับเพิ่มวงเงินโอนต่อวันเป็นตั้งแต่ ฿50,000 (5.3.1 (4)) เพดานวงเงินถอนและโอนต่อวันต้องเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของกลุ่มผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ใช้บริการอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน ฿50,000 ต่อวัน โดยการขอยกเว้นต้องผ่านกระบวนการพิจารณาที่รัดกุม (5.3.1 (5))

ข้อกำหนดเรื่องการแนบลิงก์

งดแนบลิงก์ทุกรูปแบบใน SMS และอีเมล รวมถึงข้อความลักษณะ URL ที่คลิกไม่ได้ รูปภาพ และ QR code (5.3.1 (1) และคำถาม-คำตอบข้อ 2) สำหรับสื่อสังคมออนไลน์ ให้งดแนบลิงก์ที่ขอข้อมูลยืนยันตัวตนหรือข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน OTP รหัส PIN เลขบัตรประชาชน หรือวันเดือนปีเกิด หากผู้ใช้บริการร้องขอเอง สถาบันแนบลิงก์ได้เป็นรายครั้ง และต้องแจ้งย้ำว่าส่งให้ตามคำร้องขอในครั้งนั้นเท่านั้น

แอปปลอมและแอปที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

ต้องติดตามและรับมืออย่างทันการณ์ต่อแอปที่ปลอมแปลงหรือแอบอ้างเป็นแอปของสถาบันบน official app store เช่น Google Play Store และ Apple App Store รวมถึงมีกระบวนการรับมือแอปปลอมนอกแพลตฟอร์มดังกล่าว (5.3.1 (2)) และต้องไม่ให้แอปทำงานขณะที่มีแอปอื่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขอสิทธิช่วยเหลือคนพิการ (accessibility services) โดยไม่จำเป็น ควบคุมเครื่องจากระยะไกล หรือปิดบังหรือขโมยข้อมูลบนหน้าจอ (5.3.2 (3.2))

ความสมบูรณ์ของแอป (App Integrity) และกรอบเวลาปิดช่องโหว่

ตรวจสอบการดัดแปลงแอปทุกครั้งที่ผู้ใช้บริการเข้าใช้งาน และไม่อนุญาตให้ใช้แอปที่ถูกดัดแปลง (5.3.2 (2.3)) ทำ source code obfuscation (2.5) ไม่ให้บริการบนแอปเวอร์ชันเก่า (2.2) ขอสิทธิบนอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นและทบทวนทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ (2.1) และจัดการ session ให้ปลอดภัยจาก session hijacking (2.4) เมื่อพบช่องโหว่ใหม่ต้องปิดภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม หรือภายในระยะเวลาที่ ธปท. กำหนด (5.3)

การปกป้องข้อมูลและช่องทางสื่อสาร

หลีกเลี่ยงการจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้บนอุปกรณ์ หากจำเป็นต้องเข้ารหัสด้วยวิธีที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและทำลายข้อมูลเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน (5.3.2 (1.1)) ปิดบังรหัสผ่านและปิดบังหน้าจอเมื่อย่อแอป (1.2) ใช้ช่องทางสื่อสารที่ปลอดภัยพร้อม certificate pinning หรือวิธีอื่นที่เทียบเท่า และเข้ารหัสข้อมูลสำคัญในระดับแอปพลิเคชันระหว่างรับ-ส่ง (1.3)

ขอบเขตการทดสอบ

เราทดสอบอะไรบ้างในแอป Mobile Banking

ประกาศ 4/2568 กำหนดมาตรการควบคุม ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการทดสอบ เราพิสูจน์แต่ละมาตรการด้วยการทดสอบตามแนวทาง OWASP MASTG ซึ่งเป็นวิธีของ Reconix ที่จับคู่กับประกาศเป็นรายข้อ

ทดสอบความปลอดภัยแอป iOS และ Android ตาม OWASP MASTG โดยจับคู่กับข้อ 5.3 ของประกาศ 4/2568
ทดสอบการ bypass การเปรียบเทียบใบหน้าและการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ ที่เงื่อนไข ฿50,000 และ ฿200,000
ทดสอบการผูก 1 บัญชี 1 อุปกรณ์ และความทนทานต่อ session hijacking
ตรวจสอบการบังคับใช้วงเงินโอน ทั้งเพดานรายวันตามกลุ่มความเสี่ยงและการปรับเพิ่มวงเงิน
ทดสอบการตรวจจับ root และ jailbreak การทำ anti-tampering และการบล็อกแอป accessibility แอปควบคุมระยะไกล และแอปซ้อนทับหน้าจอ
ตรวจสอบ certificate pinning การเข้ารหัสระดับแอปพลิเคชัน และข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บบนอุปกรณ์
ตรวจสอบการบล็อกแอปเวอร์ชันเก่า ประสิทธิภาพของ obfuscation และการขอสิทธิบนอุปกรณ์

หน้าที่ที่ต่อเนื่องหลังเปิดให้บริการ

4 ข้อต่อไปนี้สร้างภาระงานหลังเปิดให้บริการ และต้องมีหลักฐานพร้อมเมื่อ ธปท. ขอ

ปิดช่องโหว่ใหม่ให้ทันเวลา

เมื่อพบช่องโหว่ใหม่ สถาบันการเงินต้องเร่งจัดให้มีแนวทางป้องกันและปิดช่องโหว่ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม หรือภายในระยะเวลาที่ ธปท. กำหนด (ข้อ 5.3)

การผ่อนผันพิจารณาเป็นรายกรณี

สถาบันที่ปฏิบัติตามไม่ได้ต้องยื่นขอผ่อนผันต่อ ธปท. พร้อมเหตุผลความจำเป็นและแผนการดำเนินการ ธปท. พิจารณาภายใน 30 วันทำการนับแต่ได้รับเอกสารครบถ้วน และอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ (ข้อ 5.4)

บริการแบบ app-in-app อยู่ในขอบเขต

มาตรการใช้บังคับทั้งกรณีผู้ใช้บริการเข้าใช้ผ่านแอปของสถาบันการเงินเอง และผ่านแอปของผู้ให้บริการอื่น (คำถาม-คำตอบข้อ 1)

ระบบปฏิบัติการที่มีความเสี่ยง

หากยังให้บริการบนระบบปฏิบัติการที่ถูกระบุว่ามีความเสี่ยง ต้องแจ้งเตือนผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ และจำกัดยอดโอนไม่เกินวันละ ฿5,000 (ข้อ 5.3.2 (3.3))

กรอบกฎหมาย

เกณฑ์ ธปท. ที่เกี่ยวข้อง

ประกาศ 4/2568 กำหนดมาตรการควบคุม ส่วนการทดสอบเจาะระบบประจำปีและเกณฑ์แอปเงินอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในประกาศ ธปท. ฉบับอื่น

ประกาศ ธปท. ที่ สกช. 5/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

กำหนดให้ทดสอบเจาะระบบโดยผู้เชี่ยวชาญภายในหรือภายนอกที่มีความเป็นอิสระ อย่างน้อยครอบคลุมระบบที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายสาธารณะ (Internet facing) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ (เอกสารแนบ 2 ข้อ 6.7) คำถาม-คำตอบข้อ 3 ระบุระบบ Mobile Banking ไว้ด้วย และต้องทดสอบความปลอดภัยก่อนเริ่มใช้งานจริง (ข้อ 7.2) ใช้บังคับกับทั้งสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ประกาศ ธปท. ที่ 18/2568 สำหรับแอปเงินอิเล็กทรอนิกส์

กำหนดมาตรการสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่แอปโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ให้บริการรายอื่นได้ เช่น certificate pinning การทำ anti-tampering การทำ obfuscation และการไม่ให้แอปทำงานบนอุปกรณ์ที่ถูก root หรือ jailbreak พร้อมต้องปิดช่องโหว่ใหม่ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม (ข้อ 4 และ 5.2.2)

พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

ธปท. ออกประกาศ 4/2568 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัตินี้ และประกาศใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามพระราชบัญญัตินี้ทุกแห่ง (ข้อ 2 และข้อ 4)

แนวทางของเรา

เราตรวจสอบ Compliance ตามประกาศ 4/2568 อย่างไร

เราจับคู่ทุกมาตรการในประกาศ 4/2568 กับการทดสอบจริง ทุกข้อค้นพบมี proof of concept และรวมการทดสอบซ้ำ 1 ครั้งหลังการแก้ไข

1
ทดสอบกลไกผูกอุปกรณ์ และทดลอง bypass การตรวจจับ root และ jailbreak (5.3.1 (3), 5.3.2 (3.1))
2
ทดสอบการ bypass การเปรียบเทียบใบหน้าและการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ (5.3.1 (4))
3
ตรวจสอบการบังคับใช้วงเงินโอนและเพดานตามกลุ่มความเสี่ยง (5.3.1 (4) (5))
4
ทดสอบ anti-tampering, obfuscation และการบล็อกแอปที่มีพฤติกรรมเสี่ยง (5.3.2 (2.3) (2.5) (3.2))
5
ตรวจสอบ certificate pinning การเข้ารหัสระดับแอปพลิเคชัน และข้อมูลที่จัดเก็บบนอุปกรณ์ (5.3.2 (1.1) (1.3))
6
ทดสอบ session hijacking และการเข้าใช้งานผ่านแอปเวอร์ชันเก่า (5.3.2 (2.2) (2.4))

Checklist ความพร้อมตามประกาศ 4/2568

ใช้ Checklist นี้ประเมินความพร้อมขององค์กรเทียบกับแต่ละมาตรการในประกาศ 4/2568 รวมถึงการทดสอบเจาะระบบประจำปีตามประกาศ สกช. 5/2566

จำกัด 1 บัญชีผู้ใช้งานต่อแอป Mobile Banking บน 1 อุปกรณ์ (5.3.1 (3))
เปรียบเทียบใบหน้าพร้อมตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ เมื่อโอนตั้งแต่ ฿50,000 เมื่อยอดรวมครบทุก ฿200,000 ต่อวัน และเมื่อปรับวงเงินเป็นตั้งแต่ ฿50,000 (5.3.1 (4))
กำหนดเพดานวงเงินถอนและโอนต่อวันตามกลุ่มความเสี่ยง พร้อมกระบวนการขอยกเว้นที่รัดกุม (5.3.1 (5))
ไม่มีลิงก์ทุกรูปแบบใน SMS และอีเมล ลิงก์ตามคำร้องขอส่งเป็นรายครั้งพร้อมข้อความแจ้ง (5.3.1 (1))
เฝ้าระวังแอปปลอมบน official app store และมีขั้นตอนแจ้ง take down ที่ระบุผู้รับผิดชอบและระยะเวลา (5.3.1 (2) และคำถาม-คำตอบข้อ 4)
แอปไม่ทำงานบนอุปกรณ์ที่ถูก root หรือ jailbreak และขณะมีแอป accessibility แอปควบคุมระยะไกล หรือแอปซ้อนทับหน้าจอทำงานอยู่ (5.3.2 (3.1) (3.2))
ผู้ใช้บริการบนระบบปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงได้รับการแจ้งเตือน และถูกจำกัดยอดโอนไม่เกินวันละ ฿5,000 (5.3.2 (3.3))
ตรวจสอบการดัดแปลงแอปทุกครั้งที่เข้าใช้งาน ทำ obfuscation และหยุดให้บริการแอปเวอร์ชันเก่า (5.3.2 (2.2) (2.3) (2.5))
ใช้ certificate pinning หรือวิธีที่เทียบเท่า เข้ารหัสระดับแอปพลิเคชัน ปิดบังรหัสผ่าน และปิดบังหน้าจอเมื่อย่อแอป (5.3.2 (1.2) (1.3))
ปิดช่องโหว่ใหม่ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม หรือภายในระยะเวลาที่ ธปท. กำหนด (5.3)
ทดสอบเจาะระบบประจำปีครอบคลุมระบบ Mobile Banking (สกช. 5/2566 เอกสารแนบ 2 ข้อ 6.7)

คำถามที่พบบ่อย

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับประกาศ ธปท. ที่ 4/2568 และการปฏิบัติตามเกณฑ์ความมั่นคงปลอดภัยของ Mobile Banking

เครื่องมือฟรี

งานด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรคุณพร้อมแค่ไหน

ตอบ 14 คำถาม แล้วดู Tier ตาม NIST CSF 2.0 และช่องว่าง 3 อันดับแรกบนหน้าจอได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียน

ปิดช่องว่าง Compliance ตามประกาศ 4/2568

รับการประเมินที่จับคู่กับทุกมาตรการในประกาศ 4/2568 ทุกข้อค้นพบมี proof of concept และรวมการทดสอบซ้ำ 1 ครั้งหลังการแก้ไข ก่อนรอบตรวจครั้งถัดไปของ ธปท.

Reconix คือผู้เชี่ยวชาญการทดสอบเจาะระบบเชิงรุกที่เน้นการพิสูจน์ในประเทศไทย ให้บริการธุรกิจดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลทุกขนาด