Reconix LogoReconix
Featured image for สอบ OSWE ครั้งแรกและการเตรียมตัว ฉบับปี 2026

สอบ OSWE ครั้งแรกและการเตรียมตัว ฉบับปี 2026

Reconix Team (Kongkit Chatchawanhirun)
Certification ReviewPenetration Testing

OSWE (OffSec Web Expert) เป็นใบรับรองจาก Offensive Security ค่ายเดียวกับที่ออก OSCP ซึ่งคนในวงการ Pentest น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว โดย OSWE มุ่งเน้นที่การทดสอบเจาะระบบแบบ White-box คือผู้สอบจะได้รับ Source Code ของ Web Application มา แล้วต้องหาช่องโหว่จากโค้ดเอง จากนั้นต้องเขียนและ Script โจมตีให้ได้ภายใน 47 ชั่วโมง 45 นาที แล้วส่งรายงานอีก 24 ชั่วโมง รวมทั้งหมดประมาณ 72 ชั่วโมง

ผมทำงานด้าน Web Application Penetration Testing มาสักพักแล้ว รู้สึกว่าส่วนใหญ่ที่ทำมักจะเป็น Black-box เลยอยากลองด้าน Code Review ด้วย OSWE จึงเป็นตัวเลือกที่ตรงที่สุดครับ

รายละเอียดของ OSWE

ราคา: ราคาคอร์สฝึกอบรมรวมถึงการสอบอยู่ที่ประมาณ $1,749 (ประมาณ 60,000 บาท) สำหรับการเข้าถึง Lab เป็นเวลา 90 วัน

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ทำ Web Penetration Testing มาสักพักแล้ว และต้องการพัฒนาทักษะ Secure Code Review รวมถึง Developer หรือ DevSecOps ที่อยากเข้าใจโค้ดของตัวเองในมุมมองของผู้โจมตี

เนื้อหาของคอร์ส WEB-300 ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ เช่น:

  • Blind SQL Injection แบบที่ต้องเขียน Script ดึงข้อมูลเองทั้งหมด
  • Authentication Bypass หลายรูปแบบ ทั้ง Logic Flaw และ Token Forgery
  • Server-Side Request Forgery (SSRF)
  • JavaScript Prototype Pollution
  • Insecure Deserialization ทั้ง .NET และ Python
  • Server-Side Template Injection (SSTI)
  • Cross-Site Scripting, CSRF และ Session Hijacking
  • XML External Entity (XXE)
  • Input Whitelist Bypass และ Weak Random Number Generator
  • Remote Code Execution

โดยภาษา Source Code ที่ต้องอ่านได้ในคอร์สครอบคลุม Java, PHP, Python, Node.js, C# และ Go

โครงสร้างข้อสอบ

โครงสร้างของเครื่องที่ใช้ในการสอบ OSWE:

เครื่องจำนวน 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีเป้าหมาย 2 ขั้น:

  • Authentication Bypass → ได้ local.txt 35 คะแนน
  • Remote Code Execution → ได้ proof.txt 15 คะแนน

รวมเป็นคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยต้องทำให้ได้ 85 คะแนนเพื่อผ่าน

OffSec เตรียม Debug Machine ที่เหมือนเครื่องจริงทุกอย่างยกเว้นไม่มี Flag ให้ทดสอบ Exploit ก่อนรันกับเครื่องจริง

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนสอบ

สำหรับผมทำ Web Pentest มาก่อนแล้ว เลยข้ามพื้นฐานไปได้บ้าง แต่ยังมีจุดที่ต้องเตรียมเพิ่มครับ

สิ่งที่ช่วยได้มากก่อนสอบ:

  • อ่านเนื้อหา Lab ในคอร์สให้ครบก่อน เนื้อหาออกแบบมาสำหรับการสอบโดยเฉพาะ
  • Pentester Lab ช่วยฝึกเรื่อง Secure Code Review
  • ฝึกเขียนสคริปต์ให้คล่อง การสอบต้องเขียนสคริปต์เอง การเตรียม Template ไว้จะประหยัดเวลาได้เยอะ
  • ฝึก Remote Debug แบบ Step-through กับโค้ดจริง ๆ ภายในเครื่องเป้าหมายให้ชำนาญ หรือใช้ X11 ก็ได้ครับ เพราะในการสอบจริงไม่สามารถดึงโค้ดออกมาข้างนอกได้ ทุกอย่างต้องทำบนเครื่องนั้นเลยครับ
  • วันก่อนสอบให้เช็คอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือต่าง ๆ ให้พร้อม เตรียมบัตรประชาชนหรือ Passport สำหรับยืนยันตัวตนไว้ วางแผนเวลาพักและเวลานอนให้ดีครับ

เป้าหมายการสอบ

เป้าหมายคือ Single Exploit Script ตั้งแต่การเจาะผ่านระบบล็อกอิน (Authentication Bypass) ไปจนถึงการควบคุมเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายได้จากระยะไกล (Remote Code Execution) โดยไม่ต้องอาศัยการโต้ตอบจากผู้ใช้งานใด ๆ ทั้งสิ้น

  • Before execution: สามารถตั้ง Netcat Listener หรือ Apache Webserver รอไว้ล่วงหน้าก่อนจะสั่งรันสคริปต์ได้

  • After execution: หากว่าได้ Reverse Shell สามารถเข้าไปเก็บ Flag และพิมพ์คำสั่ง ifconfig/ipconfig เพื่อแสดงหมายเลข IP ด้วยตัวเองได้ แต่ในกรณีที่ไม่ได้ Reverse Shell สคริปต์จะต้องดึง Flag มาแสดงด้วยครับ

ใน Control Panel เราสามารถกด Revert เครื่องโจทย์ได้ทุกเครื่องรวมกันสูงสุด 50 ครั้ง หลังจากเขียน Script เรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ลอง Revert Machine ให้อยู่ใน State เริ่มต้น แล้ว Exploit 2–3 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามันทำงานได้ปกติ

รายงาน

Report ผมใช้ตาม Template ของ OffSec เลยครับ

Link: OSWE Report Template

ก่อนส่งรายงาน ควรอ่านแนวทางการส่งรายงานให้ละเอียดก่อนเสมอ และสำหรับ OSWE โดยเฉพาะ Exploit Script จะต้องอยู่ในไฟล์ PDF ของรายงานด้วยครับ

Link: Submission Instructions

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ AI หาข้อมูลระหว่างการสอบ
  • ห้ามใช้ Source code analyzers
  • ห้ามใช้ Automatic exploitation tools เช่น SQLMap
  • ห้ามมีโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นบนโต๊ะ
  • ต้องแจ้ง Proctor ทุกครั้งก่อนลุกออกจากที่นั่ง

สรุป

ข้อสอบเน้นการอ่านโค้ดและ debug เป็นหลัก โค้ดที่เจอมักซับซ้อนและมีทางให้หลงเยอะ หากตามเส้นทางโค้ดแล้วไม่พบช่องโหว่ ให้มองหาจุดอื่นต่อได้เลย แต่ถ้าลองหมดทุกทางแล้วยังไม่เจออะไร อาจแปลว่ายังอ่านโค้ดมาไม่ครบ ให้กลับไปวางแผนโครงสร้างใหม่ตั้งแต่ต้นครับ

สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้:

  • เตรียม Template Code ตั้งแต่ตอนเรียน Lab เพราะในสอบต้องเขียน Exploit ที่รันทุกอย่างอัตโนมัติตั้งแต่ Authentication Bypass ถึง RCE
  • Screenshot ทุก Step ระหว่างสอบ ช่วยได้มาก
  • วางแผนการนอนให้ดี
  • หยุดพักถ้าตันเกิน 1 ชั่วโมง

หลังจากส่ง Report จะใช้เวลาตรวจและแจ้งผลไม่เกิน 10 วันทำการ เคสของผมใช้เวลา 3 วันก็ได้รับอีเมลแจ้งมาว่าผ่านครับ

OSWE Certificate - OffSec Web Expert certification achievement

Source: https://credentials.offsec.com/f08c48d6-f320-4499-bd45-f5bf780b2e12

ถ้าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถทักมาสอบถามได้ครับ

ขออนุญาตขายของนิดนึงนะครับ

ที่ Reconix ทีมของเรานำเทคนิคจาก OSWE และ Certifications ระดับสูงอื่น ๆ มาใช้ใน การทดสอบเจาะระบบ Web Application และ บริการ Secure Code Review ให้กับองค์กรในไทย ช่วยค้นหาช่องโหว่ในระบบก่อนที่แฮกเกอร์จะโจมตีครับ

บริการที่เกี่ยวข้อง

หากคุณสนใจทดสอบความปลอดภัยของ Web Application และ Source Code ขององค์กร สามารถดูบริการของเราได้:

ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายของคุณ

Articles

More Posts

Explore more articles from our blog

Featured image for แฮกเกอร์ไม่ได้เดารหัสผ่านคุณ เขารู้อยู่แล้ว!

แฮกเกอร์ไม่ได้เดารหัสผ่านคุณ เขารู้อยู่แล้ว!

May 26, 2026Reconix Team

หลายคนคิดว่าตัวเองปลอดภัยเพราะไม่เคยคลิกลิงก์แปลกๆ แต่ความจริงคือแฮกเกอร์ไม่ต้องการให้คุณทำอะไรเลย แค่รหัสผ่านเดิมทุกที่ก็เพียงพอแล้ว

Featured image for สรุปเน้น ๆ OWASP Top 10:2025 — อัปเดตครั้งนี้ มีช่องโหว่ไหนที่ทีม Dev และ Security ควรรู้

สรุปเน้น ๆ OWASP Top 10:2025 — อัปเดตครั้งนี้ มีช่องโหว่ไหนที่ทีม Dev และ Security ควรรู้

May 20, 2026Reconix Team (Krittawat Thongnoppakao)

สรุปสิ่งที่เปลี่ยนไปของ OWASP Top 10 ปี 2021 สู่ปี 2025 ที่สะท้อนว่าความเสี่ยงในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเขียนโค้ดพลาด แต่มาจากการออกแบบโครงสร้างระบบตั้งแต่ต้น โดยบทความนี้ได้เปรียบเทียบมุมมองในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่การที่ช่องโหว่คลาสสิกอย่าง Injection อันดับร่วงลงเพราะระบบ Framework ปัจจุบันป้องกันได้ดีขึ้น สวนทางกับภัยเงียบในกระบวนการสร้างซอฟต์แวร์อย่าง Software Supply Chain Failures และความผิดพลาดจากการตั้งค่า Cloud หรือ Container (Security Misconfiguration) ที่พบมากขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ นอกจากนี้ยังพาไปทำความเข้าใจช่องโหว่ใหม่อย่าง Mishandling of Exceptional Conditions ที่แฮกเกอร์มักใช้ประโยชน์จากการจัดการ Error เพื่อแกะรอยระบบ พร้อมยกตัวอย่างเคสที่เจอในชีวิตจริง เช่น การโจมตี Race Condition ในระบบการเงิน และสุดท้ายเป็นแนวทางปรับตัวสำหรับ Dev และ Security

Featured image for ใช้ AI ผ่าน CLI ดีกว่าผ่าน Web ยังไง? Technique ดี ๆ ที่นำมาฝากทั้ง Web และ CLI

ใช้ AI ผ่าน CLI ดีกว่าผ่าน Web ยังไง? Technique ดี ๆ ที่นำมาฝากทั้ง Web และ CLI

May 13, 2026Reconix Team (Supachok Pholjiramongkol)

สรุปความต่างของการใช้ AI ผ่าน Web Chat เช่น ChatGPT, Claude และ Gemini เทียบกับการใช้ AI ผ่าน CLI Agent อย่าง Codex CLI, Claude Code และ Gemini CLI พร้อมเทคนิคการเขียน prompt, การให้ context และตัวอย่างงานหลายไฟล์ที่ CLI Agent ทำได้สะดวกกว่า