Reconix LogoReconix
Featured image for Pentest คืออะไร? ขั้นตอน ราคา และสิ่งที่ต้องได้รับจากการทดสอบเจาะระบบ (2026)

Pentest คืออะไร? ขั้นตอน ราคา และสิ่งที่ต้องได้รับจากการทดสอบเจาะระบบ (2026)

Reconix Team
Penetration TestingCybersecurity Basics

Pentest ย่อมาจาก Penetration Testing หรือการทดสอบเจาะระบบ คือการจำลองการโจมตีทางไซเบอร์กับระบบของคุณโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร เป้าหมายคือค้นหาช่องโหว่ พิสูจน์ด้วยหลักฐานว่าโจมตีได้จริง และประเมินว่าหากเป็นผู้โจมตีจริง ธุรกิจของคุณจะเสียหายอย่างไรบ้าง

หลายองค์กรเข้าใจว่าการสแกนช่องโหว่ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน ความเข้าใจนี้มีต้นทุนสูง และเป็นเหตุผลหลักที่บทความนี้ต้องเขียนขึ้น

เครื่องมือสแกนรายงานว่า "อาจมีช่องโหว่" Pentest พิสูจน์ว่า "โจมตีได้จริง พร้อมหลักฐาน"

เครื่องมือสแกนช่องโหว่เทียบระบบของคุณกับฐานข้อมูลช่องโหว่ที่รู้จัก (CVE) แล้วสรุปออกมาเป็นรายการ ข้อมูลนี้มีประโยชน์ แต่ตอบไม่ได้ว่าช่องโหว่เหล่านั้นนำไปใช้โจมตีจริงได้หรือไม่

ผู้ทดสอบตอบได้ เพราะลงมือทดสอบในแบบเดียวกับผู้โจมตีจริง ตัวอย่างที่เครื่องมือสแกนตรวจไม่พบ: ระบบที่ผู้ใช้แก้ค่า ID ใน API Request แล้วเข้าถึงข้อมูลของลูกค้ารายอื่นได้ (ช่องโหว่ IDOR) หรือ Payment Flow ที่ข้ามขั้นตอนได้ด้วยการแก้ Parameter เพียงค่าเดียว ช่องโหว่กลุ่มนี้คือ Business Logic ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าระบบควรทำงานอย่างไร จึงจะระบุได้ว่าจุดใดผิดปกติ เครื่องมือไม่เข้าใจธุรกิจของคุณ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจ

จุดอ่อนนี้ยิ่งชัดกับระบบที่พัฒนาขึ้นเอง เครื่องมือสแกนตรวจจาก Template ของช่องโหว่ที่เคยพบในซอฟต์แวร์สำเร็จรูป แอปที่ทีมของคุณเขียนเองหรือจ้างทีมภายนอกพัฒนาจึงแทบไม่มีอะไรให้ Match เพราะช่องโหว่ในโค้ดเฉพาะของคุณไม่เคยถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลใดมาก่อน ระบบลักษณะนี้ต้องอาศัยการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก ขณะที่ฝั่งซอฟต์แวร์สำเร็จรูป CMS การตรวจ Misconfiguration และการตรวจปูพรม Server IP กับ Domain จำนวนมาก คืองานที่ VA ทำได้ดีและคุ้มค่ากว่า

หากต้องการเปรียบเทียบสองแนวทางนี้อย่างละเอียด ทั้งด้านราคา ความถี่ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ อ่านได้ที่ Vulnerability Assessment (VA) ต่างจาก Pentest อย่างไร

ขั้นตอนการทดสอบเจาะระบบ: กรอบ PROVE

งานทดสอบของ Reconix ทุกงานดำเนินตามกรอบ PROVE ซึ่งพัฒนาบนแนวทาง NIST SP 800-115:

  1. Plan กำหนด Scope และ Rules of Engagement ก่อนเริ่มงาน: ทดสอบระบบใด ข้อจำกัดคืออะไร และแจ้งใครเมื่อพบช่องโหว่ร้ายแรง
  2. Run ลงมือทดสอบ เครื่องมืออย่าง Burp Suite Professional, Nessus และ Nuclei ใช้ปูพื้นฐาน แต่แก่นของงานคือการทดสอบแบบ Manual ตามมาตรฐาน OWASP WSTG และ PTES ทุกช่องโหว่ที่เข้ารายงานต้องมี Proof-of-Concept ยืนยัน หากพิสูจน์ไม่ได้ จะไม่รายงาน
  3. Orient ให้คำปรึกษาทีมพัฒนาของคุณในการแก้ไข พร้อม Issue Tracker สำหรับติดตามสถานะร่วมกัน
  4. Verify ทดสอบซ้ำหลังการแก้ไข ช่องโหว่จะนับว่าปิดได้ก็ต่อเมื่อการแก้ไขผ่านการโจมตีรอบที่สอง การแก้ไขที่ไม่สมบูรณ์จะถูกตรวจพบในขั้นตอนนี้
  5. Evidence ส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วย Executive Summary หลักฐานการปิดรายช่องโหว่ และสรุป Residual Risk

ขั้นตอนที่ 3 และ 4 คือจุดที่ผู้ให้บริการจำนวนมากตัดออก การส่งรายงานแล้วปิดงานทันทีหมายความว่าช่องโหว่ที่ยังไม่ได้ทดสอบซ้ำ คือช่องโหว่ที่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าปิดจริง

การทดสอบเจาะระบบครอบคลุมระบบใดบ้าง

ขอบเขตแบ่งตามระบบเป้าหมาย: เว็บแอปพลิเคชันและ API, แอปพลิเคชันมือถือ iOS และ Android, เครือข่ายภายนอกและภายใน รวมการโจมตี Active Directory และ Cloud ทั้ง AWS, Azure และ GCP

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากระบบใด ให้เริ่มจากระบบที่ลูกค้าใช้งาน เพราะเป็นช่องทางที่ผู้โจมตีเข้าถึงง่ายที่สุด และเมื่อเกิดเหตุจะกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง

องค์กรใดบ้างที่ต้องทำ Pentest ตามข้อกำหนด

ในไทย ข้อกำหนดหลักมาจากสี่ทาง สถาบันการเงินมีข้อกำหนดชัดเจนที่สุด: แนวทางการกำกับดูแลความเสี่ยงด้าน IT ของ ธปท. กำหนดให้ทดสอบเจาะระบบสำคัญเป็นประจำทุกปีโดยหน่วยงานอิสระ ครอบคลุม Internet Banking, Mobile Banking และ API ส่วนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์อยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านการประเมินความปลอดภัยของ ก.ล.ต.

องค์กรทั่วไปที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ PDPA มาตรา 37 ซึ่งกำหนดให้มี "มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม" คำว่าเหมาะสมจะวัดกันเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลและ สคส. เข้าตรวจสอบ รายงานทดสอบเจาะระบบฉบับล่าสุดคือหลักฐานที่มีน้ำหนักมากกว่าผลสแกนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเดิมพันคือค่าปรับทางปกครองสูงสุด 3 ล้านบาทสำหรับข้อมูลทั่วไป และ 5 ล้านบาทสำหรับข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 83 และ 84)

ด้านมาตรฐานสากล ทั้ง ISO 27001 และ PCI DSS คาดหวังผลทดสอบเจาะระบบเป็นหลักฐานประกอบการตรวจรับรอง รายละเอียดอยู่ที่หน้า ISO 27001 และหน้า PCI DSS

Pentest ราคาเท่าไหร่ และใช้เวลานานแค่ไหน

ราคาขึ้นอยู่กับขอบเขตเป็นหลัก ช่วงราคาเริ่มต้นที่เราใช้จริง:

ขอบเขต ราคาเริ่มต้น ระยะเวลา
ระบบเดียว เช่น เว็บแอปพลิเคชันหนึ่งระบบ ฿160,000 ถึง ฿320,000 1 ถึง 2 สัปดาห์
2 ถึง 3 ระบบ ฿380,000 ถึง ฿650,000 2 ถึง 3 สัปดาห์
ครอบคลุมทุกระบบขององค์กร ฿750,000 ถึง ฿1,400,000 3 ถึง 4 สัปดาห์

ตัวแปรที่มีผลต่อราคา: จำนวน Role ของผู้ใช้ จำนวน Endpoint และรูปแบบรายงานที่หน่วยงานกำกับกำหนด งานสองชิ้นที่ระบุขอบเขตเหมือนกันว่า "ทดสอบเว็บแอปพลิเคชัน" ราคาต่างกันได้หลายเท่า เราอธิบายวิธีคำนวณไว้ละเอียดในคู่มือราคา Pentest ในไทย

มาตรฐานหนึ่งที่ควรเรียกร้องจากผู้ให้บริการทุกราย: ช่องโหว่ระดับ Critical ต้องแจ้งในวันที่ตรวจพบ ไม่ใช่รอรายงานฉบับสมบูรณ์ นโยบายของ Reconix คือแจ้งภายในวันเดียวกัน

เกณฑ์ประเมินรายงานก่อนเซ็นสัญญา

ขอดูตัวอย่างรายงานก่อนตัดสินใจเสมอ รายงานที่ได้มาตรฐานต้องมี Proof-of-Concept ประกอบทุกช่องโหว่ Executive Summary ที่สื่อสารได้โดยไม่ต้องอาศัยพื้นฐานเทคนิค คำแนะนำการแก้ไขที่ระบุถึงระดับ Code และผลการทดสอบซ้ำพร้อมสถานะของแต่ละรายการ หากตัวอย่างรายงานเป็นเพียงผลสแกนที่จัดรูปแบบใหม่ นั่นคืองาน VA ที่คิดราคา Pentest และเป็นสัญญาณให้พิจารณาผู้ให้บริการรายอื่น

คำถามที่พบบ่อยอีกสองข้อ ระบบจะได้รับผลกระทบระหว่างทดสอบหรือไม่: ระบบ Production ใช้วิธีทดสอบแบบไม่ทำลาย และคุณสั่งหยุดการทดสอบได้ตลอดเวลา ต้องเตรียมอะไรบ้าง: รายการระบบเป้าหมาย บัญชีทดสอบตาม Role ที่ใช้จริง และช่องทางติดต่อทีมเทคนิค โดยทั่วไปใช้เวลาเตรียมไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

หากต้องการประเมินว่าระบบของคุณควรเริ่มทดสอบจากจุดใดและงบประมาณเท่าใดจึงเพียงพอ ส่งรายละเอียดมาปรึกษาเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรืออ่านวิธีเลือกบริษัท Pentest ในไทยเพื่อใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบผู้ให้บริการทุกราย


บริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

Articles

More Posts

Explore more articles from our blog

Featured image for เมื่อ Meta AI Support ถูกหลอกให้ช่วยยึดบัญชี Instagram

เมื่อ Meta AI Support ถูกหลอกให้ช่วยยึดบัญชี Instagram

June 10, 2026Reconix Team (Kongkit Chatchawanhirun)

Meta AI Support ถูกใช้ในกระบวนการยึดบัญชี Instagram แสดงให้เห็นความเสี่ยงของ AI Agent ที่มีสิทธิ์เปลี่ยนอีเมล กู้คืนบัญชี หรือเริ่มรีเซ็ตรหัสผ่านโดยไม่มีการยืนยันตัวตน

Featured image for แฮกเกอร์ไม่ได้เดารหัสผ่านคุณ เขารู้อยู่แล้ว!

แฮกเกอร์ไม่ได้เดารหัสผ่านคุณ เขารู้อยู่แล้ว!

May 26, 2026Reconix Team

หลายคนคิดว่าตัวเองปลอดภัยเพราะไม่เคยคลิกลิงก์แปลกๆ แต่ความจริงคือแฮกเกอร์ไม่ต้องการให้คุณทำอะไรเลย แค่รหัสผ่านเดิมทุกที่ก็เพียงพอแล้ว